...Insadong+Jogyesa...
posted on 19 Apr 2009 18:40 by littleeastsea in Koreaเมื่อวานนี้หวานไปอินซาดงมางับ
แล้ววันนี้ตอนบ่ายๆ ซักบ่ายสามบ่ายสี่
ก็ออกจากหอไปแถวๆอินซาดงอีกรอบ แต่ว่าไปที่วัดโจเกซา (Jogyesa)
เพราะว่าเมื่อวานตกลงกับเพื่อนว่า วันนี้เราจะไปไหว้พระกัน ^^
เพราะงั้น เรามาดูที่อินซาดงกันก่อนดีกว่าเนอะ กิกิ ^^
----------------------------------------------------------------
เวลาที่จะไปอินซาดงก็ไม่ได้ยากมากนะงับ
แค่นั่งรถไฟใต้ดินสายที่ 3 (สายสีส้ม) ไปลงที่สถานีอังกุก (Anguk)
แล้วก็ออกที่ทางออกที่ 6 เดินไปอีกนิดก็จะเจออินซาดงแล้วค่ะ
ที่อินซาดงนี่จะมีร้านขายเครื่องเขียนของเกาหลีเยอะมาก
เน้นไปทางพู่กัน แล้วก็กระดาษของเกาหลี แล้วก็พวกของ traditional ของเกาหลี
ที่อินซาดงนี่ เดินไปเรื่อยๆเราก็จะได้ยินเสียงเพลง มีการแสดงตามทางเดินตลอด
หวานกับเพื่อนก็ได้หยุดดูการแสดงของคุณลุงคนนึง
ที่ดูแล้วก็...ว้าวววววว ลุงแกสามารถได้อีก ฮ่าๆๆๆ
ลุงร้องเพลงสองเพลงสลับกัน คือ 쏘리, 쏘리 (슈퍼주니어) กับ 토요일 밤에 (손담비)
(สองเพลงคือ ซอรี่ ซอรี่ ของซุปเปอร์จูเนียร์ กับ โทโยอิล บาเม ของซนดัมบี)
ที่ชอบเพราะว่า ลุงสามารถร้องสลับท่อนสองเพลงนี้ได้อย่างเข้ากันได้อีก
เพลงของนักร้องชายกับหญิง สามารถร้องให้มันกลมกลืนกันได้ เก่งมากจริงๆ
หลังจากที่เดินไปอีกนิด ไม่ได้ไกลมากนัก ก็เดินไปเจอกับร้านขนมเกาหลี...น่ากินมากก
ก็เลยเข้าไปเลือกดูกับเพื่อน แต่ว่าไม่ได้ถ่ายรูปในร้านมา....
ซื้อขนมมาสองอย่าง แต่ว่าสี่อัน (ฮ่าๆๆ) เพราะว่าสามอันมันต่างรสกันงับ
อันนี้คือที่ซื้อมา อันแรกที่อยู่ซ้ายสุด เหมือนกับโดรายากิของญี่ปุ่น ไส้ถั่วแดง
อีกสามอัน...จำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร แต่ว่ามันเป็นแป้งเหนียวๆ แล้วข้างในจะใส่ไส้น่ะค่ะ
หวานเพิ่งกินไปแค่สีขาวอันเดียว เป็นไส้ถั่วสีเหลือง ไม่หวานเลี่ยนด้วย อร่อยกำลังดี
(ขนมที่เป็นก้อนๆสามสีนั่น อันละ 800 วอนนะคะ ส่วนโดรายากิ 1200 วอน)
หลังจากที่เดินไปอีกแป๊บเดียว ก็เจอลานที่เค้าจัดให้มีการแสดง
วันที่หวานไปนี่เค้ากำลังร้องเพลงกันอยู่ค่ะ เหมือนหาเงินบริจาคอะไรซักอย่าง
อยากจะบอกว่า เสียงคนที่ร้อง เพราะมากกกกกกกกกกกกก
เค้าทำดนตรีกันเอง ร้องเอง เล่นเอง ประสานเอง คุมเสียงเอง ทำกันตรงนั้นให้เห็นกันเลย
แล้วเสียงดี ไม่มีสั่นหรือว่า เพี้ยนแปลกไปเลยซักนิด
ชวนให้คิดว่า คนที่มายืนร้องเพลงอยู่ตรงนี้ ชวนให้คิดว่าเป็นนักร้อง มากกว่านักร้องบางคนเสียอีก
------------------------------------------------------------------
หมดจากอินซาดงแล้ว ก็ไปที่วันโจเกซากัน (조게사)
เมื่อวานตกลงกับเพื่อนว่า วันนี้จะไปไหว้พระกัน ก็เลยไปที่วัดโจเกซา
เวลาที่จะไปที่วัดโจเกซา ใช้รถไฟใต้ดินสายที่1 สถานีชงกัก (Jongkak) ทางออกที่ 2
ที่วัดนี้ เพื่อนบอกว่ากำลังมีงานวิสาขบูชา มีแขวนโคมด้วย ><
หลังจากที่ขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน มองไปทางขวามือ ก็จะเจอหอคอยชงโน
ที่จริงหวานว่ามันเป็นตึกมากกว่าอ่ะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเค้าถึงเรียกว่าหอคอย
ที่สำคัญ...มันเป็นของบริษัท Samsung
เดินต่อไปเรื่อยๆ เราก็จะเดินร้านขายของข้างๆ มีขายธูปเทียน แล้วก็โคมสวยๆ
และแล้ว...ก็เดินไปถึงวัดโจเกซา ตัววัดอยู่ห่างจากสถานีประมาณห้านาทีได้
หน้าวัดมีประดับโคม สวยได้อีก...ชอบมากๆๆเลย ><
เดินเข้าไปข้างในวัด เราก็จะเจอกับเพดานโคมหลากสี
สีตัดกันของโคมทำให้รู้สึกว่า สดใสมากๆเลยนะเนี่ยวันนี้ ^^
ตอนแรกหวานบอกเพื่อนว่า อยากแขวนโคมจังเลย
แต่แล้ว...เพื่อน: แขวนได้เหรอ ต้องขึ้นไอ้เครนนั้นยกขึ้นไปแขวนนะ....
หวาน: อืมม งั้นไม่แขวนแล้ว ช่างมันเหอะ =="
(ก๊อดดดดดด มันสูงได้อีกเคอะ สูงเกิน สำหรับคนที่กลัวความสูงเยี่ยงหวาน)
เสร็จแล้ว ก็เลยเดินเข้าโบสถ์ไปไหวพระกันกับเพื่อน
พระประธานที่วัดนี้ มีเรียงกันอยู่สามองค์
แต่ว่าตอนที่อยู่ข้างในหวานไม่ได้ถ่ายมานะงับ เพราะว่ามีคนอยู่เยอะมาก
แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่สมควรที่จะถ่ายรูปข้างใน ก็เลยไม่ได้ถ่ายมา
(รูปนี้หวานถ่ายตอนออกมาจากไหว้พระแล้วนะงับ ^^)
การกราบพระของคนที่นี่ เค้าไม่เหมือนกับของเราเลยซักนิด
ตอนแรกหวานกะว่าจะลองทำดู แต่ทำไม่ได้ - -"
เค้าจะยืนก่อนจังหวะนึง คุกเข่าลง กราบก้มลงไปกับพื้น แล้วก็ยืนขึ้น
ทำแบบนี้ซ้ำกันสามรอบได้มั้ง หวานไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าทำไม่ได้ เลยกราบแบบเราทำปกติ
หลังจากที่ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มาจุดธูปกัน ธูปที่นี่ไม่มีก้านค่ะ
คือมันจะเผาไปได้หมดโดยที่ไม่ทิ้งก้านเอาไว้ ไม่เหมือนกับที่เมืองไทย มีก้านธูป
เวลาจุดเสร็จ เราก็จะเอาไปไหว้ขอพรกันที่หน้าเจดีย์นี้
เ
เดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอกับศาลา ที่ข้างในจะเป็นที่ให้นั่งสมาธิ
หวานได้เข้าไปว่ายพระข้างใน แล้วก็เก็บบรรยากาศข้างนอกมา
ข้างนอกจะมีการแสดงภาพเขียน แขวนโคมรอบๆศาลา
และที่สำคัญ แขวนโคมสีขาวเรียงรายไว้ข้างบน ดูสวยดีไปอีกแบบ
---------------------------------------------------------
หลังจากที่กลับจากวัดโจเกซา หวานก็กลับไปที่รถไฟใต้ดินสถานีชงกักค่ะ
ที่นี่จะมีร้านหนังสือที่ใหญ่มากกกกก อยู่ใต้ดิน ชื่อว่าร้าน Bandi&Luni's Bookstore
ที่นี่มีหนังสือเยอะมากกกกกกก ไม่ได้มีแค่หนังสือภาษาเกาหลี
แต่ยังมีหนังสือต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ให้เลือกสรรกันอีก
ตั้งแต่มาอยู่ที่เกาหลี ราคาหนังสือของที่นี่เป็นอันดับต้นๆของสิ่งที่หวานชอบเลย
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หวานจะเห็นคนเกาหลีอ่านหนังสือบ่อยมาก ทั้งตอนนั่งรถไฟ รอรถไฟ ในคาเฟ่
ถ้าเค้าว่างไม่ได้เดิน ไม่ได้คุยกัน สิ่งที่หวานเห็นเค้าทำ คือ "การอ่านหนังสือ"
ซึ่งพอเห็นราคาหนังสือแล้ว เป็นเราก็อยากอ่าน เพราะว่าราคาคุ้มค่ากับหนังสือมากจริงๆ
แล้วหวานว่า การที่หนังสือราคาถูกแบบนี้แหละ ที่ทำให้คนในประเทศเขาชอบอ่านหนังสือกัน
หนังสือของที่นี่ ถ้าเป็นภาษาเกาหลี เรียกว่าราคาถูกได้เลยทีเดียว
เพราะว่าหนังสือของเค้า ส่วนใหญ่จะเป็นกระดาษอย่างดี ถ้าข้างในมีรูป จะรูปสี
แล้วก็ปก มีทั้งปกอ่อนและปกแข็ง แต่ตัวปก ก็ไม่ใช่ตัวกำหนดราคาหนังสือ
เพราะหนังสือปกแข็งกับอ่อน บางทีราคาก็ต่างกันแค่ 500 วอน เหมือนที่หวานซื้อมาวันนี้....
เล่มแรกราคา 6000 วอน และเล่มที่สองปกแข็ง ราคา 6500 วอน
เล่มแรก: เป็นเกี่ยวกับคนญี่ปุ่นที่มาเป็นแม่บ้านของเกาหลี ข้างในมีการ์ตูนน่ารักสลับกับเรื่องเล่า
เล่มสอง: เจ้าชายน้อยเวอร์ชั่นเกาหลีเคอะ ชอบรูปที่วาดข้างในมากก บอกตรงๆว่าถูกใจสุดๆไปเลย
มองเจ้าชายน้อยแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนมองตัวเล็กอยู่ ฮ่าๆๆ เหมือนตัวเล็กจริงๆ
(ตัวเล็กอันนี้ ไม่ใช่น้องหมาแต่ประการใดนะงับ..... - -" )
(อันนี้เป็นรูปข้างใน ลองกดลิงค์กันดูนะงับ ^^)
http://i709.photobucket.com/albums/ww91/moowann_31/Korea/Photo0792psd.jpg
http://i709.photobucket.com/albums/ww91/moowann_31/Korea/Photo0787psd.jpg
http://i709.photobucket.com/albums/ww91/moowann_31/Korea/Photo0791psd.jpg
-------------------------------------------------------------------------
คราวนี้มาดูอาหารกันบ้างดีกว่า กรั่กๆๆๆๆ
เมื่อวานนี้หวานไปกินหมูย่างเกาหลีมาอีกแล้วคร่า~~~~~~~~~~
แต่ว่าคราวนี้ไม่ได้กินหมูสามชั้นย่าง อันนี้เพือนสั่งให้ ไม่แน่ใจว่าคาลบิ หรือเปล่า ==
ไปกินกันสองคน สั่งหมูย่างมาสองที่ ข้าวสองถ้วย แล้วก็ทเวนจังชีเกถ้วยนึง
ทั้งหมดรวมเป็นแปดพันวอน สองคนก็คนละสี่พันวอนพอดี กรั่กๆๆๆ
อาหารหน้าตาแบบนี้ค่ะ (รูปอาจไม่ชัด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย - -)
ตอนที่ถ่ายรูปนี้ พอดีว่าทเวนจังชีเก ยังไม่มา
ลองมองถ้วยไข่ตุ๋นข้างบนนั่นดูค่ะ หน้าตาถ้วยมันเหมือนกันเด๊ะเลย
แต่ว่าทเวนจังชีเก รสชาติจะคล้ายๆกับซุปมิโซะ แต่ว่าเผ็ด แล้วเต้าหู้ก็ก้อนใหญ่กว่าเท่านั้นเอง
อาหารมื้อนี้...อร่อยค่ะ >//////////< หมูนุ่มมากกกกกก แล้วก็เยอะได้อีก - -"
ทเวนจังชีเก รสอร่อยกำลังดี ไม่เค็มไม่เผ็ดเกินไป ถือว่ารสชาติผ่าน
แต่ว่าอาหารมื้อนี้....หวานก็ยังไม่สามารถกินข้าวให้หมดได้อยู่ดี...เยอะเกิ๊นนนน ==
เอ็นทรี่นี้ก็ยังคงความยาวได้เหมือนเคย
หวานเลือกๆรูปออกมาแล้วนะงับ...แต่บางทีมันก็ตัดใจไม่ลง แหะๆ
แล้วเจอกันเอ็นทรี่หน้านะงับ...รอบหน้าไปไหนดี ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย
-----------------------------------------------------------------
ป.ล. คิดถึงป๋า แม่ น้องข้าว แล้วก็บ็อบบี้มากๆๆน้า...><
ป.ลล. ในที่สุดนราก็หาบล็อกหวานเจอแล้วใช่มั๊ยคะ กรั่กๆๆๆ
ป.ลลล. นัท หวานรู้เกรดทั้งสามตัวแล้วแหละ เหลืออีกสองตัว...เมื่อไหร่ออก - -"

ชอบโคมที่วัดอ่ะ สีสันสดใสจังเลย อันที่เป็นสีขาวก็ชอบ สวยเรียบดี ที่สำคัญ ท่าทางจะบังแดดได้ดีนะ เห่อๆ
หนังสือน่ารัก อ่านแล้วมาแปลให้เพื่อนฟังบ้างนะหมูหวาน
ปอกับลอ ไม่มีอะไรแค่อยากพิมพ์ ฮ่าๆๆๆ
รักและห่วงใย ปนคิดถึง
#1 By pattizz (124.120.139.117) on 2009-04-19 20:35