...Deok Su Gung+National Palace Museum of Korea...
posted on 28 Apr 2009 19:03 by littleeastsea in Koreaวันเสาร์ที่ผ่านมา หวานไปพระราชวังด๊อกซู แล้วก็ National Palace Museum มาค่ะ
ตอนแรกไม่ได้กะจะเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เพราะว่ามันต้องเสียเงิน ฮ่าๆๆ -___-"
แต่ว่าวันนี้แจ็คพอตค่ะ เพราะว่าพิพิธภัณฑ์ฉลองอะไรซักอย่าง (หวานจำไม่ได้)
ก็เลยได้เข้าฟรี~~~ ดีใจมากมายกับเพื่อน ฮ่าๆๆ แล้วเราก็เดินในนั้นสามชั่วโมง...
แต่ว่าวันนี้อากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฝนทำท่าจะตกตลอดเวลาเลยด้วย
รูปเลยถ่ายออกมาได้อย่างที่เห็น ฟ้าขมุกขมัวสุดๆไปเลย =_____=
ก่อนที่จะไปพิพิธภัณฑ์ หวานกับเพื่อนไปที่พระราชวังด๊อกซูกันก่อนค่ะ
วังนี้เป็นวังที่ไม่ใหญ่มากนะคะ เสียค่าเข้าแค่ 1000 วอนเท่านั้น
(ทางไปวังติดไว้ก่อนนะคะ วันนั้นเพื่อนพาไป เลยไม่ได้จำทาง เหอะๆๆ)
หลังจากที่เดินออกจากสถานี ก็เจอแจ็คพอตแรก....เค้ากำลังเปลี่ยนเวรทหารกันพอดีค่ะ
หวานกับเพื่อนก็เลยรีบวิ่งกันไปที่หน้าพระราชวัง เพราะว่าอยากดูเขาเปลี่ยนกะกันนี่แหละ

ตอนที่เค้าเปลี่ยนกะ จะมีการเดินขบวนของทหาร สวยดีค่ะ
มีการตีกลองใบใหญ่ๆเป็นการให้จังหวะด้วย...
ทหารเกาหลีที่เห็น ก็จะแต่งชุดเหมือนกับที่เราเห็นในซีรีส์เกาหลีทั่วๆไปน่ะค่ะ
นอกจากทหารแล้ว ก็ยังมีขุนนางอีกสองคน ชุดฟ้าและชุดแดง (แต่มันไกล เลยไม่ได้ถ่ายมา)
หลังจากที่เข้าไปในพระราชวังแล้ว ก็เจอกับศาลาค่ะ
หวายว่ามันสวยดี ก็เลยถ่ายมา ชอบลายของหลังคามากๆเลย
เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ Main Hall ของพระราชวังค่ะ
Main Hall แห่งนี้มีชื่อว่า Junghwajeon ค่ะ เป็นสถานที่ที่ใช้ในงานราชพิธีสำคัญต่างๆ
แต่ว่าตอนที่เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ข้างในไม่มีอะไรอยู่เลย แล้วก็เข้าไปข้างในไม่ได้ด้วย
เพราะว่าเขามีที่กั้นเอาไว้ (รู้ทีหลังว่าของส่วนใหญ่ไปอยู่พิพิธภัณฑ์หมดแล้ว)
ข้างๆ Main Hall แห่งนี้ มีสิ่งก่อสร้างสไตล์ยุโรปแท้ (มีเสาโรมัน) อยู่เคียงข้างกับสไตล์เกาหลี
ตอนแรกที่เห็นทำเอางง....นี่อยู่ในพระราชวังเกาหลีจริงๆหรือเปล่านี่... O.o

สถาปัตยกรรมอันนี้มีชื่อว่า Seokjojeon ค่ะ
มันเป็น "Symbol of a nation seeking to modernize"
ที่หวานเห็นแล้วก็เห็นด้วยทันที...วังนี้กับวังหลักข้างบน....สไตล์ช่างแตกต่างกันได้โล่
นอกจากนี้ ด้านหน้าพระราชวัง ยังมีการจัดตกแต่งสวนในสไตล์ของตะวันตกอีกด้วย
หลังจากนั้น หวานกับเพื่อนก็เดินสำรวจกันไปเรื่อยๆค่ะ
พระราชวังนี้เล็กก็จริง แต่ว่ามีมุมสวยๆเยอะเชียว ถ่ายรูปกันเพลินทีเดียวเชียว
เห็นทางเดินตรงนี้แล้วอยากมาเที่ยวที่นี่อีกรอบตอนหน้าหนาวที่หิมะตก
เวลาทีหิมะเต็มพื้นที่ คงสวยน่าดูอย่างแรงงง >w(แต่ว่าทางที่เดินนี่เป็นทรายนะคะ ตอนเดินต้องระวังทรายเข้ารองเท้า ฮ่าๆๆ)
หลังจากที่เดินไปซักพัก ก็จะได้เจอกับรูปปั้นนี้ค่ะ (แปลว่าวนใกล้ทางออกแล้ว)
นี่คืออนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงค่ะ (King Sejong the Great)
เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลีค่ะ เพราะว่าท่านเป็นผู้ทีทำให้เกิดสิ่งต่างๆ
รวมไปถึงภาษาเกาหลี ที่หวานกำลังนั่งเรียนอยู่ทุกวันนี้นี่แหละค่ะ - -"
-------------------------------------------
หลังจากที่หวานออกจากพระราชวังด็อกซูแล้ว ก็ไปต่อกันที่พระราชวังเคียงบกค่ะ
แต่ว่าพระราชวังนี้ไม่ได้เข้าไป เพราะมัวแต่ไปเดินที่พิพิธภัณฑ์อยู่สามชั่วโมง
ออกมาปั๊บ ฝนตก ลมกรรโชกได้อีก เลยไม่มีปัญญาจะไปเดินต่อ
แต่ว่าได้ถ่ายรูปมาให้ยลโฉมกันค่ะ เพราะว่าพระราชวังนี้สวยมากกกกกกกจริงๆ
ในเมื่อไม่ได้เข้าที่พระราชวังเคียงบก เราไปดูกันที่ National Palace Museum กันดีกว่า
ที่นี่ไปง่ายค่ะ แค่นั่งรถไฟใต้ดินไปที่สถานีเคียงบกกุง พอออกมาจากทางออกก็จะเจอพิพิธภัณฑ์เลย
ปกติแล้วพิพิธภัณฑ์นี้จะต้องเสียค่าเข้า แต่วันนี้ไม่เสีย ฮ่าๆๆ เดินเข้าไปด้วยความร่าเริง
ข้างในพิพิธภัณฑ์....มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายเลยค่ะ
โดยที่เค้าจะแบ่งออกเป็นสามชั้น ตามยุคตามสมัย....
ชั้นใต้ดินจะเป็นชั้นที่เก่าที่สุด จนถึงชั้นบนเป็นยุคใหม่จนถึงช่วงปลายราชวงศ์ค่ะ
ชั้นแรก...ชั้น B2 (หวานไม่แน่ใจว่า B1 หรือ B2 แต่คิดว่าสองค่ะ)
เป็นชั้นของเกาหลียุคโบราณค่ะ จะมีของเก่าๆมากมายให้ดู หวานเลือกถ่ายอันนี้มาให้ดู
มันเป็นนาฬิกาน้ำค่ะ เค้าจะบอกเวลากันโดยอาศัยน้ำ
แถมมีตัวตุ๊กตาแต่งตัวแบบเกาหลี ตีระฆังบอกเวลาด้วย น่ารักมากๆเลย
พอขึ้นมาชั้นบีสอง เราก็จะได้เจอกับเกาหลียุคต่อๆมา (ที่จำไม่ได้ว่ายุคไหน ขอโทษงับ T^T)
และมีการให้ดูเครื่องดนตรีของเกาหลีค่ะ หวานเจออันนี้ หน้าตาถูกใจมาก ฮ่าๆ
เป็นเครื่องดนตรีประเภทเดียวกับ Percussion (เขียนงี้ป่าวหว่า... -___-")
ที่เป็นเครื่องตีค่ะ....
เสือขาวตัวนี้ เห็นแล้วพูfได้แค่ว่า "หน้าตากวนเท่าโลกกกกกกกก" (และขำได้อีก)
เวลาจะตีให้จังหวะ คาดว่าจะตีตรงสีแดงๆตรงที่หลังของมันเนี่ยหล่ะค่ะ
นอกจากเสือหน้าตากวนข้างบนแล้ว ชั้นนี้ยังมีรถให้ดูด้วยค่ะ
เป็นรถยุโรปที่คาดว่าราชวงศ์เกาหลีเขาใช้กัน...รถสวยเชียว

พอขึ้นมาชั้นบนสุด (ที่เป็นชั้นทางเข้าออก) ก็จะเจอกับเกาหลียุคปลายๆค่ะ
มีการโชว์เครื่องใช้ เครื่องแต่งตัวของคนเกาหลี ที่หวานเห็นแล้วก็คิดว่า
เขาใส่กันได้ยังไง แค่ดูก็หนักจะตายอยู่แล้ว =_____=
อันนี้เป็นเครื่องประดับหัวที่มเหสีของกษัตริย์ต้องใส่ค่ะ....
เห็นเห็นก็ชวนให้คิดว่า ต้องไว้ผมยาวขนาดไหน ถึงติดไอ้พวกที่ติดผมนี่พอ...
(แล้วหัวจะเถิกมั๊ยด้วย แต่ละอันดูน้ำหนักจะไม่เบาแน่นอน...)
นอกจากจะมีเครื่องติดผมให้ดูแล้ว ยังมีชุดให้ดูอีกด้วยค่ะ
มีทั้งชายแล้วก็หญิงกันเลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้ว หวานชอบชุดเกาหลีนะ น่ารักดี ><
แต่เอาเข้าจริงแล้ว ชุดของเกาหลี ก็ไม่ได้ต่างกับของคนจีนมากนักหรอกค่ะ
เพราะว่าได้รับอิทธิพลกันเข้าไปเต็มๆทางด้านชุด...
แต่สิ่งที่เกาหลีไม่ได้รับมากจากจีน ก็คือเครื่องลายคราม....
ตอนที่เดินอยู่ เห็นมีแค่ช่วงยุคหลังๆๆๆๆที่มีเครื่องลายคราม แล้วก็ไม่ได้มีมากอีกด้วย
เดินไปเดินมา พอถึงใกล้ทางออก หวานก็เจอกับลีซานค่ะ
เจอกับตราประทับของลีซาน (ที่ต่อไปจะได้ครองราชย์ แต่จำชื่อไม่ได้อีกเช่นเดิม - -")
อัพบล็อกรอบนี้...หวานมีรายละเอียดให้น้อย ต้องขอโทษด้วยนะคะ
เพราะว่าหวานไม่แม่นเรื่องประวัติศาสตร์ แล้วก็ไม่ได้จดลงมาด้วย =______=
เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้อะไร ลองถามมานะคะ หวานจะหาแล้วอัพเพิ่มให้ m-___-m
ป.ล. คิดถึงป๋า แม่ น้องข้าว แล้วก็บ็อบบี้มากๆๆๆนะคะ คิดถึงมากๆเช่นเดิมมม
ทูนรา...อาหารเกาหลีไม่เหมือนอาหารไทยค่ะ เพราะว่าจานนึงมีรสเด่นอยู่รสเดียว
มันไม่ได้มีรสกลมกล่อมเหมือนอาหารไทย และหวานคิดว่ามันหวานนน
ทูนู๋แนน....เคเอฟซีเคยมีขายบิสกิตด้วยเหรอแก จำไม่ได้อ่ะ
ทูคุณ sage-nu... อาจารย์หวานบอกว่า เราจะเรียกว่ายอกีโย หรือว่า ชอกีโย ก็ได้ค่ะ
วันนี้หวานลองเรียก ยอกีโย เค้าก็มารับออเดอร์นะคะ ^^
ทูจิโกะ...ปลาตัวเล็กอร่อย อร่อยมากกกกกกก เค้าชอบบ"ปลา" กิกิ
ทูโบ๋...งอนเพื่อ???

ช่วงนี้ปากจัดค่ะ สมควรไปผ่าเอาสุนัขออกด่วนนน
แล้วมีรายการอันไหนน่าสนใจบ้าง เช่น รายการเพลง (เผื่อเจอดงบัง คริคริ)
ฮ่าๆๆอันนี้สนใจเป็นพิเศษเลยค่ะ)
อย่าลืมดูแลรักษาสุขาภาพด้วยนะคะ พกร่มติดตัวไว้เสมอนะคะ
#1 By sage_nu on 2009-04-28 19:25